เสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว

สำหรับหนุ่มสาวที่มีคางเล็ก คางสั้น จะทำให้มีรูปหน้าที่กลม หากอยากจะมีรูปหน้าที่เรียวเป็นรูปไข่ การเสริมคางถือได้ว่าเป็นทางลัดที่จะช่วยเปลี่ยนหนุ่มสาวให้มีใบหน้าที่เรียวสวยได้สัดส่วนอย่างถาวร โดยปัจจุบันนี้ปัจจุบันนี้การเสริมคางถือได้ว่าเป็นที่นิยมมากที่สุด ซึ่งการเสริมคางนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำออกมาแล้วดูดี การเสริมคางในบางคนเมื่อทำไปแล้วกลับดูยื่น เบี้ยว หรือดูแปลก ๆ เสริมคางแล้วไม่สวย ดูไม่เป็นธรรมชาติ ก็จะยิ่งทำให้ผู้เข้ารับบริการขาดความมั่นใจมากกว่าเดิม ซึ่งปัญหาการเสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว เกิดจากอะไร แล้วเราจะแก้ไขได้หรือไม่นั้น เรามาดูกัน

เสริมคางแล้วไม่สวย เกิดจากอะไร ?

หากท่านเป็นผู้ที่มีรูปหน้าเหลี่ยมสามารถทำให้ดูยาวขึ้นได้ ด้วยการทำศัลยกรรมเสริมคางซึ่งถือได้ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาโดยที่ไม่ต้องไปตัดกราม และไม่จำเป็นต้องใช้การดมยาสลบ เพื่อให้ปลายคางยื่นออกมามากขึ้นและเติมเต็มรูปคางให้สมบูรณ์มากขึ้น และในการศัลยกรรมนั้นเมื่อทำการเสริมคางมาแล้วสามารถที่จะนอนตะแคงได้หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เข้ารับบริการเสริมคางต้องศึกษาให้ละเอียด

การผ่าตัดเสริมคางนั้นจะช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีคางสั้น ที่จะมีรูปหน้าที่กลมหรือเหลี่ยมทำให้ผู้ที่มีรูปหน้าในลักษณะนี้ขาดความมั่นใจ การผ่าตัดเสริมคางนั้นจะช่วยทำให้หน้ามีมิติมากขึ้น ในการเสริมคางนี้จะมีข้อห้ามสำหรับผู้ที่เป็นโรคลมชัก โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเลือด และสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

ในการเข้ารับบริการผ่าตัดเสริมคางนั้นผู้เข้ารับบริการจะต้องเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและจะต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการที่มีเลือดออกมาก อาการบวมช้ำหลังการผ่าตัด และที่สำคัญมาก ๆ คือการที่แผลติดเชื้อหลังผ่าตัด และหลังผ่าตัดนั้นผู้เข้ารับบริการจะต้องดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังทำการผ่าตัดให้ดี

การผ่าตัดเสริมคางนั้นสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การทำจากภายนอกช่องปาก และทำจากด้านในช่องปาก โดยการผ่าตัดเสริมคางนั้นสามารถใช้กระดูกของผู้เข้ารับบริการตัดเลื่อนตำแหน่งให้ได้รูปมาทางด้านหน้าในตำแหน่งที่พอเหมาะ ซึ่งนอกจากจะทำให้หน้าได้รูปทรงมากขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้ช่องทางเดินหายใจกว้างขึ้นอีกด้วย

ในการผ่าตัดเสริมคางนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะนิยมใช้ ซิลิโคน Gore-Tex ไขมัน ในการระงับปวดขณะผ่าตัดสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่หรือดมยาสลบ แล้วแต่ความเหมาะสม โดยแพทย์จะทำการกรีดผิวหนังหรือเยื่อบุช่องปาก เพื่อเปิดทางสำหรับใส่ซิลิโคนที่ผ่านการฆ่าเชื้อ โดยจะวางซิลิโคนที่เหลาอย่างพอดีกับโครงสร้างใบหน้าเพื่อให้รับกับความสวยงาม ส่วนใหญ่แผลมักยาวประมาณ 3 เซนติเมตร

ในการเสริมคางนั้นหากเสริมด้วยซิลิโคนแล้วมีปัญหาคางยื่นหรือเบี้ยวผิดรูปนั้นอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากขั้นตอนการผ่าตัดโดยแพทย์หากผู้เข้ารับบริการเลือกสถานบริการที่ไม่มีคุณภาพและแพทย์ที่ทำการผ่าตัดไม่มีความชำนาญและจากตัวคนไข้เอง ซึ่งสาเหตุที่จะพบได้เมื่อเสริมคางแล้วไม่สวยนั้นเกิดอาจเกิดจาก

  • หากเกิดจากซิลิโคนอาจมาจากการที่แพทย์ที่ทำการเหลาซิลิโคนที่ใช้เสริมคางไม่เท่ากัน ทำให้เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วคางดูเบี้ยวเอียง
  • เกิดจากการที่แพทย์ที่ให้บริการทำการผ่าตัดเลาะช่องว่างเหนือกระดูกคางเดิมไม่เท่ากันหรือไม่พอดี ทำให้จัดวางซิลิโคนได้ไม่ตรงตำแหน่ง จนคางดูยื่นหรือเบี้ยวผิดสัดส่วน
  • ในส่วนของผู้เข้ารับบริการเสริมคางนั้นหากดูแลตัวเองไม่ดีอาจทำให้คางเกิดการอักเสบติดเชื้อได้
  • กรณีที่ผู้เข้ารับบริการชอบนั่งเท้าคาง อาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนที่จากตำแหน่งเดิมได้ หรือหากเกิดอุบัติเหตุทำให้คางกระแทกอย่างรุนแรงก็จะทำให้ซิลิโคนเคลื่อนที่ได้
  • อาจเกิดจากการที่ผู้เข้ารับบริการเคยฉีดฟิลเลอร์ที่คางซึ่งเป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพต่ำหรือฟิลเลอร์ปลอม หากฟิลเลอร์สลายตัวได้ไม่หมดก็จะทำให้คางบิดเบี้ยวผิดรูปได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าคางที่เสริมมานั้นเบี้ยวหรือไม่นั้นให้ผู้เข้ารับบริการรอดูหลังศัลยกรรมประมาณ 1 – 3 เดือน โดยช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงที่แผลผ่าตัดยุบและหายดีแล้ว จึงจะเห็นได้ชัดเจนว่าคางมีปัญหายื่น เบี้ยว จริงหรือไม่ และถ้ารูปทรงคางที่ได้มาไม่สวย จนทำให้ขาดความมั่นใจ ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปหาแพทย์ที่ให้บริการเพื่อที่จะได้ให้แพทย์ได้ทำการแก้ไขให้ใหม่ โดยที่การแก้ไขนั้นแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งซิลิโคนที่เบี้ยวเอียงให้เข้าที่ หรือเอาซิลิโคนของเดิมออก แล้วใส่อันใหม่ที่พอดีกว่าเข้าไป หากสงสัยว่าการผ่าตัดแก้ไขคางที่ทำออกมาแล้วไม่สวยนั้นจะมีขั้นตอนอย่างไรนั้นก็จะเหมือนกับการเสริมคางครั้งแรกทุกอย่าง ซึ่งจะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ซึ่งแพทย์จะนัดมาตัดไหมในอีกครั้งหลังผ่าตัดแก้ไขคางที่เบี้ยวไปแล้ว 5 – 7 วัน โดยในระหว่างพักฟื้นนั้นผู้เข้ารับบริการจะต้องดูแลตัวเองให้ดีตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการศัลยกรรม รวมถึงระมัดระวังไม่ให้ใบหน้าถูกกระทบกระเทือนจนคางเบี้ยว แล้วต้องกลับมาแก้ซ้ำอีกรอบด้วย

การดูแลตัวเองหลังจากทำการผ่าตัดเสริมคาง

  • อาการบวมจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังทำการผ่าตัดเสริมคางประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งผู้เข้ารับบริการควรประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวม
  • หลังทำการผ่าตัดเสริมคางผู้เข้ารับบริการควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ ที่เคี้ยวง่ายเพื่อหลีกเลี่ยการขยับปากในช่วงแรก ๆ
  • ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดของหมักดอง และควรงดอาหารประเภทสุก ๆ ดิบ ๆ เพราะอาจจะมีเชื้อโรคปนเปื้อนได้ แนะนำให้รับประทานผัก ผลไม้ ไข่ และอาหารที่มีโปรตีนสูง
  • ควรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคง เพื่อเป็นการลดอาการบวมและเลือดคั่ง
  • เพื่อเป็นการรักษาความสะอาดในช่องปาก ผู้เข้ารับบริการผ่าตัดเสริมคางควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด น้ำเกลือ หรือน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์อ่อน ๆ
  • เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงซิลิโคนเคลื่อนที่ผู้เข้ารับบริการไม่ควรยิ้ม อ้าปากกว้าง ขยับปากแรง ๆ หรือหัวเราะมากจนเกินไป

ทำอย่างไรไม่ให้เกิดเสริมคางแล้วไม่สวย ?

ปัจจุบันนี้สถานพยาบาลนิยมใช้ซิลิโคนในการเสริมคาง ซึ่งแพทย์จะต้องเหลาซิลิโคนให้มีขนาดพอดีกับรูปคางของคนไข้ แต่มาในยุคนี้ยุคที่อะไร ๆ ก็เป็นรูปแบบสำเร็จรูปไปเสียหมด ทางสถานบริการจึงได้นำซิลิโคนแบบสำเร็จรูปที่สามารถเลือกขนาดและรูปทรงที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องเอามาเหลาเองก่อนเสริม ซึ่งช่วยลดปัญหาคางเบี้ยวเอียงไปได้มากทีเดียว

ในการผ่าตัดเสริมคางนั้นแพทย์อาจใช้เทคนิค Fix ซิลิโคน เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังเสริมเข้าไปแล้ว โดยแพทย์อาจใช้วิธีเย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือยึดซิลิโคนด้วยสกรูไทเทเนียม ซึ่งเป็นวิธีมีค่าใช้จ่ายสูงแต่เป็นวิธีที่ดีที่สุด

หลังเข้ารับบริการเสริมคางแล้วนั้นผู้เข้ารับบริการจะต้องดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้คางอักเสบติดเชื้อ และจะต้องระวังไม่ให้คางถูกกระแทก และผู้เข้ารับบริการควรหลีกเลี่ยงการนั่งเท้าคางเพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อน

เสริมคางแล้วไม่สวย เป็นปัญหาที่ผู้เข้ารับบริการเสริมคางทุกคนไม่อยากเจอ ดังนั้นก่อนเข้ารับบริการผู้เข้ารับบริการจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจเสริมคาง และควรเลือกสถานบริการที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและให้การผ่าตัดเสริมคางออกมาแล้วสวยได้ดั่งใจ

By Alepma.com

แก้ปัญหาผมร่วง ศีรษะล้าน ผมบาง แชมพูแก้ผมร่วง ปัญหาผมร่วง สิ่งที่ทำลาย ความมั่นใจ ผมร่วง ทำคีโม ผมขาดวิตามิน แก้ปัญหายังไงดี